การทำงานบนที่สูง คืออะไร เริ่มกี่เมตร และต้องเตรียมอะไรบ้าง

2026-10-16

การทำงานบนที่สูง คือ การทำงานในพื้นที่ที่สูงจากพื้นดินหรือพื้นอาคารตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป เนื่องจากอาจมีอุบัติเหตุทำให้พนักงานพลัดตกลงมาได้ ตามกฎกระทรวงฯ ป้องกันอันตรายจากการตกจากที่สูง พ.ศ 2564 นายจ้างต้องจัดให้มีมาตรการความปลอดภัย คือ การอบรมลูกจ้างก่อนเริ่มงาน และเตรียมอุปกรณ์ป้องกันการตกที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น เข็มขัดนิรภัย หมวกนิรภัย เชือกนิรภัย และหุ้มส้นพื้นยาง พร้อมตรวจสภาพอุปกรณ์ก่อนใช้งานทุกครั้ง ถ้าสูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ต้องมีราวกันตกหรือตาข่ายนิรภัย และให้พนักงานเกี่ยวเข็มขัดนิรภัยไว้ตลอดเวลาทำงาน

การทำงานบนที่สูงต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง

ทำงานบนที่สูงต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง

คนที่ทำงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ต้องใส่อุปกรณ์ติดตัว 5 อย่าง คือ เข็มขัดนิรภัย เชือกนิรภัย หมวกนิรภัย รองเท้าหุ้มส้นพื้นยาง และถุงมือ โดยนายจ้างต้องเป็นคนจัดหาให้ ต้องเป็นรุ่นหรือยี่ห้อที่ได้มาตรฐาน ถ้าสูงตั้งแต่ 4 เมตร ขึ้นไป จะต้องเกี่ยวเข็มขัดนิรภัยติดตัวไว้ตลอดเวลาที่ทำงาน

ทำงานบนที่สูงต้องใส่เข็มขัดนิรภัยแบบไหน

ใช้เข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัว (Full Body Harness) ที่ที่มีสายรัดไหล่ อก และต้นขา คู่กับเชือกกันตกที่มีตะขอ เพราะถ้าพลัดตก เข็มขัดจะกระจายแรงกระชากไปที่ต้นขา สะโพก อก และไหล่ ไม่ให้แรงไปรวมจุดเดียว ซึ่งก่อนใส่ทุกครั้งควรเช็กอุปกรณ์ดังนี้

เช็กลิสต์ก่อนให้ช่างขึ้นทำงานบนที่สูง

ก่อนให้ช่างเริ่มทำงานจริง มี 4 เรื่องสำคัญที่ควรเช็กให้เรียบร้อย คือ ตัวช่าง อุปกรณ์ พื้นที่หน้างาน และแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน โดยกฎหมายกำหนดให้นายจ้างประเมินระดับความอันตราย วางแผนงาน และชี้แจงขั้นตอนให้ช่างรู้ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง พร้อมเก็บเอกสารไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้

1. อบรม ตรวจสุขภาพของช่าง และเช็ก 4 โรคที่ห้ามทำงานบนที่สูง

ช่างทุกคนต้องผ่านการอบรมความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง และถ้าใช้รถกระเช้าต้องอบรมวิธีใช้รถตามคู่มือด้วย รวมถึงต้องผ่านการตรวจร่างกายว่าพร้อมสำหรับการทำงานในที่สูง ไม่มีอาการอ่อนเพลีย เวียนหัว หรือง่วงนอน

นอกจากนี้ ช่างที่มีโรคหรืออาการต่อไปนี้ ควรให้แพทย์ประเมินก่อนว่าทำงานบนที่สูงได้หรือไม่ เพราะเสี่ยงพลัดตกสูงกว่าคนทั่วไป

2. ตรวจสภาพอุปกรณ์ก่อนใช้ทุกครั้ง

3. เช็กพื้นหน้างาน สิ่งกีดขวาง และสภาพอากาศ

4. เตรียมพร้อมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

 รถกระเช้าขากรรไกรระบบไฮดรอลิก สำหรับการทำงานบนที่สูง

อันตรายจากการทำงานบนที่สูงมีอะไรบ้าง และป้องกันอย่างไร

อันตรายหลักของงานบนที่สูงมี 4 อย่าง คือ คนพลัดตก ของตกใส่คนด้านล่าง รถหรืออุปกรณ์พลิกล้ม และไฟฟ้าดูด สามารถป้องกันได้ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์กันตกในพื้นที่ทำงาน กั้นเขตอันตรายด้านล่าง และเช็กหน้างานให้พร้อมก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

บันได นั่งร้าน หรือรถกระเช้า แบบไหนเหมาะกับงานของคุณ

บันไดเหมาะกับงานสั้น ๆ เน้นทำแค่จุดเดียว นั่งร้านเหมาะกับงานที่ต้องทำหลายวันในพื้นที่เดิม ส่วนรถกระเช้าเหมาะกับงานที่ต้องย้ายหลายจุด จึงควรเลือกอุปกรณ์ทำงานให้เหมาะกับระยะเวลาและความสะดวกตามหน้างาน

บันได นั่งร้าน

รถกระเช้า

ความสูงที่เหมาะสม

ส่วนใหญ่เหมาะกับงานสูงไม่เกิน 2-4 เมตร ประมาณ 2-12 เมตร ต้องยึดกับอาคารและมีวิศวกรออกแบบ

มีตั้งแต่ราว 6 ถึง 40 เมตร ตามประเภทรถ

ความปลอดภัย

ต้องตั้งเอียงราว 75 องศา มีขากันลื่น และอาจต้องมีคอยจับ มั่นคงถ้าประกอบถูกวิธี และมีราวกันตก

มีราวกระเช้า ป้ายบอกน้ำหนัก และระบบตัดเมื่อบรรทุกเกิน

เวลาในการติดตั้ง/ย้ายจุด

ใช้งานได้ทันที เคลื่อนย้ายง่าย ใช้เวลาในการประกอบและรื้อถอนนาน

ใช้งานได้เลยหลังตรวจสภาพรถแล้ว

ตัวอย่างงาน

งานทาสีผนัง เปลี่ยนหลอดไฟ หรืองานโครงหลังคา ก่ออิฐ ฉาบปูน งานฝ้าเพดาน ทาสีตึก

ซ่อมแซมสายไฟ เปลี่ยนไฟโกดัง ตรวจเช็กเครื่องจักรขนาดใหญ่

ติดป้ายหน้าร้านสูงประมาณ 6 เมตร ใช้นั่งร้านหรือรถกระเช้าดีกว่ากัน

ถ้างานติดป้ายหน้าร้านสูง 6 เมตร ใช้เวลาทำประมาณ 2-4 ชั่วโมง การใช้รถกระเช้าจะเหมาะกว่า เพราะไม่ต้องเสียเวลาประกอบและรื้อนั่งร้าน สามารถขับรถกระเช้าเข้าหน้างาน ยกตัวขึ้นไปติดป้าย เสร็จแล้วขับออกได้ทันที ไม่รบกวนหน้าร้านและลูกค้าด้วย

เปลี่ยนหลอดไฟโกดังเพดานสูง 8 เมตร ทำอย่างไรให้ปลอดภัย

วิธีที่ปลอดภัยที่สุด คือ การใช้รถกระเช้าขากรรไกร (Scissor Lift) เพราะพื้นกระเช้ากว้าง ยืดขึ้นลงแนวดิ่งได้มั่นคง มีราวกันตกรอบด้าน และขยับรถไปยังหลอดถัดไปได้เลยโดยไม่ต้องลงมาตั้งใหม่

บูมลิฟท์กับรถกระเช้าขากรรไกร (Scissor Lift) ต่างกันอย่างไร งานแบบไหนควรใช้ตัวไหน

Scissor Lift หรือรถกระเช้าขากรรไกร ทำงานโดยยกขึ้นตรงในแนวดิ่ง พื้นกระเช้ากว้าง ขึ้นได้หลายคน เหมาะกับงานที่จอดรถใต้จุดทำงานได้ ส่วนบูมลิฟท์มีแขนยื่นออกไปด้านข้างและข้ามสิ่งกีดขวางได้ เหมาะกับงานที่เข้าไปจอดใต้จุดทำงานไม่ได้

รถกระเช้าขากรรไกร (Scissor Lift)

บูมลิฟต์

ลักษณะการเคลื่อนที่

ยืดขึ้น-ลงในแนวดิ่ง

ยื่นออกด้านข้าง ข้ามสิ่งกีดขวางได้

พื้นที่กระเช้า

กว้าง ขึ้นได้หลายคนพร้อมของ

ขึ้นได้ประมาณ 1-2 คน

งานที่เหมาะ

เปลี่ยนหลอดไฟ งานติดตั้งระบบใต้เพดาน งานในอาคาร

งานซ่อมหลังคาโรงงาน งานติดป้ายเหนือกันสาด งานตัดแต่งต้นไม้ใหญ่

ข้อควรระวัง

บางรุ่นจำกัดความสูงเมื่อใช้นอกอาคาร

ห้ามใช้บนพื้นต่างระดับ

สรุป

การทำงานบนที่สูงเริ่มนับตั้งแต่ 2 เมตร การทำงานให้ปลอดภัยต้องเตรียม 4 เรื่อง คือ คน อุปกรณ์ หน้างาน และแผนฉุกเฉิน ช่างต้องผ่านการอบรม ใส่อุปกรณ์กันตกให้ครบ และตรวจอุปกรณ์ก่อนใช้ทุกครั้ง ถ้าสูงตั้งแต่ 4 เมตร ต้องเกี่ยวเข็มขัดนิรภัยไว้ตลอดเวลา และการเลือกบันได นั่งร้าน หรือรถกระเช้าให้เหมาะกับลักษณะงาน จะช่วยให้งานเสร็จไวและลดความเสี่ยงอุบัติเหตุได้

สำหรับผู้ประกอบการหรือผู้รับเหมาที่กำลังมองหาอุปกรณ์ที่ช่วยเรื่องการทำงานบนที่สูง บริการเช่ารถกระเช้า ราคาสมเหตุสมผลจาก Token Thailand มีทั้งรถกระเช้า บูมลิฟท์ และรถกระเช้าขากรรไกร นำเข้าจากญี่ปุ่นและอเมริกา ให้เลือกตามลักษณะงาน สามารถบอกความสูงของจุดทำงานและสภาพหน้างานมาให้ทีมแนะนำรุ่นได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ทาง LINE @fcr1003v หรือโทร 02-740-0770

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับการทำงานบนที่สูง (FAQ)

ทาสีผนังตึก 3 ชั้น ควรใช้อะไรขึ้นไปทำงาน?

หากเป็นการทาสีเก็บงานเฉพาะจุด การใช้บูมลิฟท์หรือรถกระเช้าขากรรไกร จะทำงานได้รวดเร็วและปลอดภัยกว่า แต่หากเป็นการทาสีทั้งผืนตึกที่ต้องใช้เวลานานหลายวัน การตั้งนั่งร้านรอบอาคารจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า

ใช้บันไดทำงานบนที่สูงได้สูงสุดแค่ไหนถึงยังปลอดภัย?

ตามหลักความปลอดภัย บันไดควรใช้กับงานชั่วคราวที่ไม่เกิน 4 เมตร โดยต้องตั้งบันไดเอียงประมาณ 75 องศา กว้างอย่างน้อย 30 ซม. และมีขากันลื่น หากความสูงเกิน 4 เมตรขึ้นไป ควรเปลี่ยนไปใช้นั่งร้านหรือรถกระเช้าแทนเพื่อความปลอดภัย

ใช้รถโฟล์คลิฟท์ยกคนขึ้นไปทำงานบนที่สูงได้ไหม?

ไม่ควร เพราะกฎหมายแยกรถโฟล์คลิฟท์ไว้เป็นรถสำหรับยกสิ่งของ ไม่ใช่เครื่องจักรสำหรับยกคน และกำหนดให้ใช้เครื่องจักรตามคู่มือผู้ผลิต ถ้าต้องยกคนขึ้นไปทำงาน ควรใช้รถกระเช้าหรือรถขากรรไกรที่ออกแบบมาสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ

งานสูงไม่ถึง 2 เมตร ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันการตกหรือไม่?

กฎหมายเรื่องการตกจากที่สูงเริ่มนับที่ 2 เมตร งานที่ต่ำกว่านั้นจึงไม่อยู่ในเกณฑ์นี้ แต่นายจ้างยังต้องดูแลให้ทำงานได้อย่างปลอดภัยและจัดอุปกรณ์ตามความเสี่ยงของงาน เช่น ถ้าเป็นงานก่อสร้างบนพื้นต่างระดับตั้งแต่ 1.5 เมตร ต้องมีบันไดหรือทางลาดพร้อมราวกันตกตามความเหมาะสม

อ้างอิง